สีบนจอกับสีบนงานพิมพ์ไม่มีทางเท่ากัน แต่ทำให้ใกล้ได้
จอแสดงสีด้วยแสงสามสี RGB ส่วนเครื่องพิมพ์ใช้หมึกสี่สี CMYK ซึ่งให้สีได้แคบกว่า สีเขียวสะท้อนแสง ส้มสด และน้ำเงินไฟฟ้าบนจอจึงพิมพ์ออกมาหม่นลงเสมอ ไฟล์ที่ส่งมาเป็น RGB โปรแกรมพิมพ์จะแปลงให้เองด้วยค่าที่คุณไม่ได้เลือก การตั้งไฟล์เป็น CMYK ตั้งแต่ต้นทำให้เห็นสีที่ใกล้ของจริงบนจอตั้งแต่ตอนออกแบบ
สีของแบรนด์ให้ระบุเป็นค่า CMYK หรือรหัส Pantone มาด้วย เราจะเทียบกับชาร์ตสีของหมึกและปรับก่อนพิมพ์ สีดำพื้นใหญ่ให้ใช้ดำผสม เช่น C60 M40 Y40 K100 จะได้ดำสนิท ส่วนตัวหนังสือดำเล็กใช้ K100 อย่างเดียวเพื่อไม่ให้ขอบเหลื่อม
ความละเอียดต้องสัมพันธ์กับระยะที่คนมองงาน
ความละเอียด 300 dpi ที่ใช้กับงานกระดาษไม่จำเป็นกับป้ายไวนิลที่มองห่างสิบเมตร และไฟล์ขนาดนั้นของป้ายสามเมตรจะใหญ่จนเปิดไม่ขึ้น หลักคือยิ่งมองไกลยิ่งใช้ความละเอียดต่ำได้ ป้ายกลางแจ้ง 72 ถึง 100 dpi ที่ขนาดจริงก็คมพอ สติ๊กเกอร์ติดกระจกที่คนเดินผ่านในระยะเมตรใช้ 150 dpi ส่วนใบปลิวและฉลากที่ถือในมือต้องการ 300 dpi
ตัวเลข dpi ต้องอ่านคู่กับขนาดจริงเสมอ ไฟล์ 300 dpi ที่ตั้งขนาดไว้ 30 เซนติเมตรแล้วนำไปขยายเป็น 3 เมตรเหลือความละเอียดเพียง 30 dpi โลโก้และตัวหนังสือจึงควรเป็นเวกเตอร์ซึ่งขยายได้ไม่จำกัด และสำหรับงานตัดไดคัทหรือตัวอักษรตัด ไฟล์ต้องเป็นเวกเตอร์เท่านั้น เพราะเครื่องตัดเดินตามเส้น ไม่ได้อ่านภาพ
ค่าที่แนะนำตามประเภทงาน
ตารางนี้คือค่าที่โรงงานของเราใช้ตั้งไฟล์ให้ลูกค้าเมื่อไม่ได้ระบุมา ใช้เป็นจุดตั้งต้นได้ทันที งานที่ต้องการละเอียดกว่านี้แจ้งได้ก่อนส่งไฟล์
| ประเภทงาน | ความละเอียดที่ขนาดจริง | ระยะตัดตกและไฟล์ |
|---|---|---|
| ป้ายไวนิล แบ็คดรอป ป้ายโฆษณาใหญ่ | 72–100 dpi | เผื่อขอบ 5 ซม. รอบด้านสำหรับพับเจาะตาไก่ ไฟล์ PDF หรือ TIFF |
| สติ๊กเกอร์ติดกระจก ติดผนัง | 150 dpi | ตัดตก 1 ซม. เส้นตัดแยกเลเยอร์ถ้าไดคัทตามรูป |
| โรลอัพ สแตนดี้ | 100–150 dpi | โรลอัพเผื่อด้านล่าง 20 ซม. ที่ม้วนเข้าฐาน ไม่วางข้อความในโซนนั้น |
| ใบปลิว โบรชัวร์ โปสเตอร์ | 300 dpi | ตัดตก 3 มม. ข้อความห่างขอบตัดอย่างน้อย 5 มม. |
| ฉลากสินค้า | 300 dpi | ตัดตก 2 มม. เส้นไดคัทเป็นเส้นเวกเตอร์สีพิเศษชื่อ CUT |
| ตัวอักษรตัด สติ๊กเกอร์ไดคัท | เวกเตอร์เท่านั้น | แปลงฟอนต์เป็น outline เส้นเดี่ยวไม่ซ้อน ระบุด้านหน้าหลังของกระจก |
| กล่องไฟ แผ่นหน้าอะคริลิค | 100–150 dpi | เผื่อขอบ 3 ซม. เข้ากรอบ สีพื้นให้เผื่อความสว่างเมื่อไฟส่องทะลุ |
ฟอนต์และรูปแบบไฟล์ที่ทำให้งานไม่สะดุด
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือฟอนต์หาย เครื่องของเราไม่มีฟอนต์ที่คุณซื้อมา โปรแกรมจึงแทนด้วยฟอนต์อื่นและข้อความเลื่อนตำแหน่ง แก้ได้สองทางคือแปลงตัวหนังสือทั้งหมดเป็นเส้น outline ก่อนส่ง หรือบันทึกเป็น PDF ที่ฝังฟอนต์ไว้ในไฟล์ วิธีแรกปลอดภัยที่สุดสำหรับงานตัด วิธีหลังสะดวกเมื่อยังอาจต้องแก้คำ
รูปแบบไฟล์ที่เราแนะนำเรียงตามความสะดวกคือ PDF ที่บันทึกแบบคุณภาพพิมพ์ ตามด้วย AI หรือ EPS สำหรับงานเวกเตอร์ และ TIFF สำหรับภาพถ่ายขนาดใหญ่ ตั้งชื่อไฟล์ให้บอกงานและขนาด เช่น ป้ายหน้าร้าน-300x100cm.pdf จะช่วยให้ทีมงานไม่สับสนเมื่องานมีหลายชิ้น
ปรู๊ฟก่อนพิมพ์จริง ประหยัดกว่าพิมพ์ซ้ำเสมอ
งานที่สีต้องตรงตามคู่มือแบรนด์หรือพิมพ์จำนวนมาก ควรขอปรู๊ฟชิ้นเล็กบนวัสดุจริงก่อน เพราะสีเดียวกันบนไวนิลด้าน ไวนิลเงา และสติ๊กเกอร์ฝ้าออกมาไม่เหมือนกัน ปรู๊ฟใช้เวลาหนึ่งวันและมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยซึ่งเราหักคืนเมื่อสั่งพิมพ์จริง เทียบกับการพิมพ์ป้ายสามเมตรแล้วพบว่าสีแบรนด์เพี้ยนซึ่งแก้ไม่ได้นอกจากพิมพ์ใหม่
เมื่อได้รับไฟล์เราจะตรวจสามอย่างก่อนลงเครื่องทุกครั้ง คือความละเอียดที่ขนาดจริง ระยะตัดตก และฟอนต์ที่ยังไม่แปลง แล้วส่งภาพยืนยันขนาดและตำแหน่งกลับไปให้ดู งานจะเข้าคิวพิมพ์เมื่อคุณตอบยืนยันเท่านั้น
ตั้งไฟล์เป็น CMYK ที่ขนาดจริง ใช้ความละเอียดตามระยะมอง เผื่อตัดตกตามตาราง แปลงฟอนต์เป็น outline และส่ง PDF คุณภาพพิมพ์ ทำห้าข้อนี้แล้วงานพิมพ์ออกมาตรงกับที่เห็นบนจอที่สุดเท่าที่หมึกจะทำได้







